อาการปวดที่ได้จากร้านตัดผม
การสระผมกับผู้หญิงเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่ามันแสนสบายเวลานอนแหงนหน้า ทิ้งศีรษะลงไปให้น้ำอุ่นมาสัมผัส แต่ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้หญิงทุกท่านจริง ๆ เพราะมีข้อมูลใหม่ ๆ มาบอกกันจาก พญ.ธนพร ลาภรัตนากุล แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ว่าการนอนห้อยศีรษะแบบนี้ เป็นที่มาของการกดทับเส้นประสาทระดับคอ (Cervical Radiculopathy) และเรียกอาการดังกล่าวว่ากลุ่มอาการ "Salon Sink Syndrome"
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะกระดูกสันหลังส่วนคอของเรา จะมีช่องที่เป็นทางออกของเส้นประสาท ที่เชื่อมต่อไปที่กล้ามเนื้อของแขนกับมือ และช่องนี้จะแคบลงเมื่อเราแหงนหน้าหรือหมุนคอไปด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้กระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่ยื่น มีโอกาสไปกดทับหรือเบียดเส้นประสาทไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวดชาตามแนวเส้นประสาท โดยมักจะปวดหรือมีอาการชาตั้งแต่ต้นคอ สะบัก แขน มือ
ถ้าใครมีอาการดังกล่าวลองพักก่อน ถ้าพักแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง ซึ่งก็มีการรักษาตั้งแต่รับประทานยา ทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัด แต่ถ้าป้องกันได้ก็น่าจะป้องกัน ซึ่งก็แค่เลี่ยงการไปนอนให้เขาสระผม แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องนอนห้อยศีรษะแบบนี้ ก็ลองหาท่าที่ไม่ทำให้ศีรษะต่ำกว่าระดับคอมากนัก คืออาจจะต้องยอมตัวเปียก แต่รับรองว่าแขนไม่ปวด
และแถมข้อมูลให้อีกนิดสำหรับผู้อ่านที่มีอายุมาก คุณอาจมีภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกระดับคอ จะทำให้คุณมีกระดูกงอก หรือหมอนรองกระดูกยื่นเข้าไปในช่องของเส้นประสาทนี้ ซึ่งแปลว่าคุณอาจจะมีโอกาสเกิดอาการนี้ได้มากกว่า ดังนั้นควรจะใส่ใจกับเรื่องนี้เพิ่มขึ้นค่ะ
from kapook.com
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553
5 สุดยอดอาหารบำรุงผม
ผมสวยสุขภาพดีอาจไม่ได้เกิดจากการหมัก สระ หรือบำรุง เพียงอย่างเดียว จุดเริ่มต้นของผมสวยอย่างแท้จริงนั้นต้องเริ่มต้นจากอาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวัน ผลการวิจัยล่าสุดของสถาบัน Cosmetic dermatology – The miller School of Medicine at the University Miami พบว่า อาหารบำรุงผม 5 ชนิด คือ แซลมอน ผักสีเขียว ถั่วเปลือกแข็ง ไข่ โฮลเกรน ซึ่งอุดมด้วย อัลฟ่า - ไลโนเลนิก โอเมกา - 3 ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินบี 12 ช่วยให้สภาพผมของกลุ่มทดลอง 100 คนที่กินอาหารดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี มีปัญหาผมหงอก แตกปลาย และผมแห้ง น้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในมื้ออาหารถัดไปคุณจึงควรจัดเมนูที่อุดมด้วยอาหารเหล่านี้เพื่อปูทางสุขภาพผมดีไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
from kapook.com
from kapook.com
วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553
8 อาวุธลับ เติมความสดใส
ถ้าคุณอยากดูสวยสดใสไปตลอดวันทำงาน หรืออยากจะแปลงโฉมจากสาวทำงานไปเป็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ยามค่ำคืน เวลาที่ไม่มีเวลากลับไปเติมสวยที่บ้าน นี่คืออาวุธลับที่คุณควรมีติดลิ้นชักโต๊ะทำงานเอาไว้
1. คอนซีลเลอร์: เพื่อเอาไว้กลบรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ตา รวมทั้งสิวและจุดด่างดำอื่นๆ
2. ลิปทิ้นท์: เพื่อใช้เติมสีสันบนโหนกแก้มและริมฝีปากให้ดูเป็นสีชมพูระเรื่อแบบธรรมชาติๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแสงไฟในยามค่ำคืนทำให้คุณดูซีดเซียวลง
3. แปรงสีฟัน: รวมทั้งยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากขนาดพกพาด้วย (ไม่บอกก็คงรู้นะว่าใช้ทำอะไร)
4. สเปรย์น้ำแร่: ไว้เติมความชุ่มชื้นและความกระปรี้กระเปร่าให้ผิว โดยไม่รบกวนเครื่องสำอางบนใบหน้า
5. ยาหยอดตา: โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีอาการตาแดงจากการจ้องคอมพิวเตอร์บ่อยๆ
6. ลิปบาล์ม: นี่เป็นสิ่งที่คุณควรพกติดตัวไว้เป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก
7. ครีมทามือ: ไว้ทาเติมความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน (และควรทำให้เป็นนิสัยด้วย)
8. มอยสเจอไรเซอร์: แบบซองหรือขนาดพกพา ไว้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในบริเวณที่แห้งกร้านจากเครื่องปรับอากาศ
from kapook.com
1. คอนซีลเลอร์: เพื่อเอาไว้กลบรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ตา รวมทั้งสิวและจุดด่างดำอื่นๆ
2. ลิปทิ้นท์: เพื่อใช้เติมสีสันบนโหนกแก้มและริมฝีปากให้ดูเป็นสีชมพูระเรื่อแบบธรรมชาติๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแสงไฟในยามค่ำคืนทำให้คุณดูซีดเซียวลง
3. แปรงสีฟัน: รวมทั้งยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากขนาดพกพาด้วย (ไม่บอกก็คงรู้นะว่าใช้ทำอะไร)
4. สเปรย์น้ำแร่: ไว้เติมความชุ่มชื้นและความกระปรี้กระเปร่าให้ผิว โดยไม่รบกวนเครื่องสำอางบนใบหน้า
5. ยาหยอดตา: โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีอาการตาแดงจากการจ้องคอมพิวเตอร์บ่อยๆ
6. ลิปบาล์ม: นี่เป็นสิ่งที่คุณควรพกติดตัวไว้เป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก
7. ครีมทามือ: ไว้ทาเติมความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน (และควรทำให้เป็นนิสัยด้วย)
8. มอยสเจอไรเซอร์: แบบซองหรือขนาดพกพา ไว้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในบริเวณที่แห้งกร้านจากเครื่องปรับอากาศ
from kapook.com
วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
วิธีดูแลสุขภาพผมกับหน้าหนาว
เมื่อหน้าหนาวมาเยือน หลายๆท่านอาจเป็นกังวลกับปัญหารังแคกวนใจ หรือบางท่านต้องตกใจเมื่อผมที่เคยแข็งแรงกับร่วงจนต้องตกใจ
ศูนย์วิจัยและดูแลสุขภาพผม Jiva ขอแนะนำ วิธีดูแลสุขภาพผมกับหน้าหนาว ให้ท่านดูแลผมอย่างถูกวิธี
การสระผม
•ควรสระผมด้วยแชมพูอ่อนที่ปลอดสารเคมีตกค้าง หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่ผสมสารเคมีที่มีฤทธิ์ชะล้างรุนแรงและมีความเป็นด่างสูง เช่น โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate; SLS) ซึ่งให้ฟองได้มาก ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ตกค้างสะสมและทำลายเซลผม(รวมถึงรากผม เซลสร้างเม็ดสี และเส้นผม) และเซลผิวหนัง เมื่อใช้บ่อยๆผมจะยิ่งกระด้าง แห้ง แข็งเป็นไม้กวาด เริ่มหวีไม่อยู่ทรง บางรายเกิดการระคายเคืองเซลผิวหนังชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดเป็น รังแค
•ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการสระผม น้ำอุ่นทำให้ต่อมรากผมขยายและสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป ทำให้ผมแห้ง หยาบ กระด้าง และทำให้หนังศีรษะแห้ง เป็นรังแคได้
การดูแลเส้นผม
•ไม่เช็ดขยี้ผมด้วยผ้าหรือหวีผมแรงๆขณะที่ผมเปียก เพราะจะทำให้ผมอ่อนที่กำลังงอกใหม่หรือผมที่รากผมไม่แข็งแรงหลุดร่วงได้ง่าย
•ไม่ควรใช้ความร้อนเป่าผม หากจำเป็นควรเป่าโดยให้ใช้ลมเย็นหรือลมอุ่น(ไม่ร้อนจัด) ขนานกับผิวของหนังศีรษะ
•ไม่ออกแรงใดๆกับเส้นผมหรือหนังศีรษะ เช่นดึงผม หวีผมแรงๆ หรือถูนวดศีรษะอย่างแรงด้วยปลายนิ้วแบบวนก้นหอย (ให้ใช้ฝ่ามือกดคลึงเบาๆ ในกรณีที่ต้องการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต)
•หวีผมตามแนวเส้นผมด้วยหวีซี่ไม่ถี่เกินไป
•ควรหวีผมด้วยหวีไม้หรือหวีเขาควาย ที่ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตซึ่งมักเกิดจากการใช้หวีพลาสติกหรือหวีโลหะ
•ไม่รัด รวบ ถักเปีย หรือม้วนผมแน่นเกินไปและไม่ยีผม
•ไม่ควรใช้เล็บเกาหนังศีรษะ อาจทำให้เป็นแผล ติดเชื้อโรค หรือเกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หากเกิดอาการคันให้ใช้การกดนวดอยู่กับที่แทน
•หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เซลเสื่อม อาทิเช่น ความเครียด แสงแดดจัด หรือสารเคมีรุนแรง เช่น น้ำที่มีคลอรีนสูง ยาย้อม(โกรกผม)ยากัดสีผม ยาดัดผม น้ำยาทำสีผมหรือน้ำยายืดผม
สุขลักษณะในการเลือกรับประทานอาหาร
•หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทำให้เสี่ยงต่อผมร่วง เช่นอาหารรสเผ็ดร้อนหรือเค็มจัด กระถิน ไก่ที่ฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ช็อกโกแลต ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส เนย (ควรกินเนยบริสุทธิ์ที่เรียกว่า “เนยกี (Ghee)” จะดีกว่า)
•ควรรับประทานอาหารที่เสริมสร้างบำรุงผม และมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ประเภท
- อาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และควรดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสี
- อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน เช่น มะขามป้อม ส้ม ฝรั่ง
วีทเจิร์ม อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ น้ำมันพืช งาดำ(คั่วบด) ถั่วดำ ฟักทอง แครอท มะละกอ และเผือก
หมายเหตุ : วิตามินเอ หากรับประทานมากเกินอาจทำให้ผมร่วงได้
- ผักที่มีรสขม โดยเฉพาะ สะเดา มะระ ใบยอ ใบย่านาง บอระเพ็ด ใบปอ
- โปรตีน เช่น เต้าหู้ สาหร่าย ไข่
- แร่ธาตุ เช่น สังกะสี ไบโอติน ธาตุเหล็ก ทองแดง โครเมียม (พบมากใน Brewer’s Yeast)
การปฏิบัติตนทั่วไป
•หลีกเลี่ยงการสะสมของธาตุไฟ ซึ่งทำให้เกิดเซลเสื่อมสภาพ อันเป็นสาเหตุของผมร่วง ผมหงอก เช่น การนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม ความโกรธ ความเครียด การรับประทานอาหารรสจัดและการมีเพศสัมพันธ์เกินควร
•งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
•ควรนอนศีรษะต่ำ(ไม่หนุนหมอนสูง) หรือยกเท้าขึ้นสูงกว่าศีรษะชั่วขณะ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงได้ทั่วศีรษะ
•การอบไอน้ำที่อุณหภูมิสูงบ่อยๆจะทำให้ผมเสียหรือหลุดร่วงได้ หากทำการหมักด้วยสมุนไพรควรคลุมด้วยหมวกอาบน้ำทิ้งไว้ 10-30 นาที ก็อุ่นเพียงพอแล้ว
•กดนวด (โดยไม่ถู) ศีรษะบ่อย ๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้เซลผมเจริญเติบโตได้ดี
ข้อแนะนำเครื่องดื่มดูแลผม
สำหรับท่าน ที่มีปัญหาสุขภาพผม ผมร่วง ผมบาง แนะนำให้ดื่มน้ำมะพร้าว (อย่างน้อยวันละ 1 ลูก) น้ำคั้นมะเฟืองสด น้ำคั้นใบบัวบกสด หรือทานเป็นผลสด ใบสด ก็ได้ ปริมาณเท่าที่รู้สึกพอดี แล้วหยุดเว้นช่วงตามความเหมาะสม หากรับประทานหรือดื่ม มากเกินไปจะทำให้ร่างกายเย็น (หยิน) สังเกตได้จากอาการปวดในกระดูก ปวดบั้นเอว
ประโยชน์
•ลดธาตุไฟ
•เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน
•ล้างเลือดให้ไม่ข้น (ตามตำรับไทยโบราณ ไม่มีข้อพิสูจน์)
ผลที่ได้รับ
•ทำให้ผมร่วงน้อยลง ผมเงางามขึ้น
from cheewajit.com
ศูนย์วิจัยและดูแลสุขภาพผม Jiva ขอแนะนำ วิธีดูแลสุขภาพผมกับหน้าหนาว ให้ท่านดูแลผมอย่างถูกวิธี
การสระผม
•ควรสระผมด้วยแชมพูอ่อนที่ปลอดสารเคมีตกค้าง หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่ผสมสารเคมีที่มีฤทธิ์ชะล้างรุนแรงและมีความเป็นด่างสูง เช่น โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate; SLS) ซึ่งให้ฟองได้มาก ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ตกค้างสะสมและทำลายเซลผม(รวมถึงรากผม เซลสร้างเม็ดสี และเส้นผม) และเซลผิวหนัง เมื่อใช้บ่อยๆผมจะยิ่งกระด้าง แห้ง แข็งเป็นไม้กวาด เริ่มหวีไม่อยู่ทรง บางรายเกิดการระคายเคืองเซลผิวหนังชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดเป็น รังแค
•ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการสระผม น้ำอุ่นทำให้ต่อมรากผมขยายและสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป ทำให้ผมแห้ง หยาบ กระด้าง และทำให้หนังศีรษะแห้ง เป็นรังแคได้
การดูแลเส้นผม
•ไม่เช็ดขยี้ผมด้วยผ้าหรือหวีผมแรงๆขณะที่ผมเปียก เพราะจะทำให้ผมอ่อนที่กำลังงอกใหม่หรือผมที่รากผมไม่แข็งแรงหลุดร่วงได้ง่าย
•ไม่ควรใช้ความร้อนเป่าผม หากจำเป็นควรเป่าโดยให้ใช้ลมเย็นหรือลมอุ่น(ไม่ร้อนจัด) ขนานกับผิวของหนังศีรษะ
•ไม่ออกแรงใดๆกับเส้นผมหรือหนังศีรษะ เช่นดึงผม หวีผมแรงๆ หรือถูนวดศีรษะอย่างแรงด้วยปลายนิ้วแบบวนก้นหอย (ให้ใช้ฝ่ามือกดคลึงเบาๆ ในกรณีที่ต้องการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต)
•หวีผมตามแนวเส้นผมด้วยหวีซี่ไม่ถี่เกินไป
•ควรหวีผมด้วยหวีไม้หรือหวีเขาควาย ที่ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตซึ่งมักเกิดจากการใช้หวีพลาสติกหรือหวีโลหะ
•ไม่รัด รวบ ถักเปีย หรือม้วนผมแน่นเกินไปและไม่ยีผม
•ไม่ควรใช้เล็บเกาหนังศีรษะ อาจทำให้เป็นแผล ติดเชื้อโรค หรือเกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หากเกิดอาการคันให้ใช้การกดนวดอยู่กับที่แทน
•หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เซลเสื่อม อาทิเช่น ความเครียด แสงแดดจัด หรือสารเคมีรุนแรง เช่น น้ำที่มีคลอรีนสูง ยาย้อม(โกรกผม)ยากัดสีผม ยาดัดผม น้ำยาทำสีผมหรือน้ำยายืดผม
สุขลักษณะในการเลือกรับประทานอาหาร
•หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทำให้เสี่ยงต่อผมร่วง เช่นอาหารรสเผ็ดร้อนหรือเค็มจัด กระถิน ไก่ที่ฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ช็อกโกแลต ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส เนย (ควรกินเนยบริสุทธิ์ที่เรียกว่า “เนยกี (Ghee)” จะดีกว่า)
•ควรรับประทานอาหารที่เสริมสร้างบำรุงผม และมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ประเภท
- อาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และควรดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสี
- อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน เช่น มะขามป้อม ส้ม ฝรั่ง
วีทเจิร์ม อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ น้ำมันพืช งาดำ(คั่วบด) ถั่วดำ ฟักทอง แครอท มะละกอ และเผือก
หมายเหตุ : วิตามินเอ หากรับประทานมากเกินอาจทำให้ผมร่วงได้
- ผักที่มีรสขม โดยเฉพาะ สะเดา มะระ ใบยอ ใบย่านาง บอระเพ็ด ใบปอ
- โปรตีน เช่น เต้าหู้ สาหร่าย ไข่
- แร่ธาตุ เช่น สังกะสี ไบโอติน ธาตุเหล็ก ทองแดง โครเมียม (พบมากใน Brewer’s Yeast)
การปฏิบัติตนทั่วไป
•หลีกเลี่ยงการสะสมของธาตุไฟ ซึ่งทำให้เกิดเซลเสื่อมสภาพ อันเป็นสาเหตุของผมร่วง ผมหงอก เช่น การนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม ความโกรธ ความเครียด การรับประทานอาหารรสจัดและการมีเพศสัมพันธ์เกินควร
•งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
•ควรนอนศีรษะต่ำ(ไม่หนุนหมอนสูง) หรือยกเท้าขึ้นสูงกว่าศีรษะชั่วขณะ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงได้ทั่วศีรษะ
•การอบไอน้ำที่อุณหภูมิสูงบ่อยๆจะทำให้ผมเสียหรือหลุดร่วงได้ หากทำการหมักด้วยสมุนไพรควรคลุมด้วยหมวกอาบน้ำทิ้งไว้ 10-30 นาที ก็อุ่นเพียงพอแล้ว
•กดนวด (โดยไม่ถู) ศีรษะบ่อย ๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้เซลผมเจริญเติบโตได้ดี
ข้อแนะนำเครื่องดื่มดูแลผม
สำหรับท่าน ที่มีปัญหาสุขภาพผม ผมร่วง ผมบาง แนะนำให้ดื่มน้ำมะพร้าว (อย่างน้อยวันละ 1 ลูก) น้ำคั้นมะเฟืองสด น้ำคั้นใบบัวบกสด หรือทานเป็นผลสด ใบสด ก็ได้ ปริมาณเท่าที่รู้สึกพอดี แล้วหยุดเว้นช่วงตามความเหมาะสม หากรับประทานหรือดื่ม มากเกินไปจะทำให้ร่างกายเย็น (หยิน) สังเกตได้จากอาการปวดในกระดูก ปวดบั้นเอว
ประโยชน์
•ลดธาตุไฟ
•เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน
•ล้างเลือดให้ไม่ข้น (ตามตำรับไทยโบราณ ไม่มีข้อพิสูจน์)
ผลที่ได้รับ
•ทำให้ผมร่วงน้อยลง ผมเงางามขึ้น
from cheewajit.com
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
เครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิว
ในขณะที่ใบหน้าของคุณกำลังเป็นสิวอยู่นั้น ใคร ๆ ต่างพากันลงความเห็นว่า สิวที่เป็น มีสาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ การแต่งหน้าเป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้ เครื่องสำอางก็เป็นตัวการสำคัญอีกเหมือนกันที่ทำให้เป็นสิว
ดังนั้นเมื่อเครื่องสำอางเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ซึ่งในบางครั้งคุณหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางไม่ได้ แต่เลี่ยงไปใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวได้
มอยส์เจอร์ไรเซอร์
โดยทั่วไปแล้วมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะมีส่วนผสมของไขมันอยู่สูง เช่น ลาโนลิน น้ำมันแร่ ปิโตเลียมเจล ไขมันเนย เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรทาบาง ๆ ในส่วนที่แห้งจริง ๆ เท่านั้นอย่าทาให้หนาและทั่วใบหน้าเพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้
ครีมรองพื้น
เลือกประเภทที่ใช้น้ำหรือมีส่วนผสมของน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ ครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Resorcinol จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้สิวเหิมเกริมหนักขึ้นไปอีก ครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Benzoyl peroxide หรือ Retin-A จะไม่ทำให้เกิดปัญหาสิวขึ้นบนใบหน้า และครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกันแสงแดด ก็จำเป็นมากที่ช่วยลดอัตราการเกิดสิว
แป้งแต่งหน้า
แป้งแต่งหน้าชนิดที่โปร่งแสง (Translucent powders) จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย เพื่อช่วยทำให้สีผิวสดใสยิ่งขึ้น แต่จะเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ควรเลือกแป้งแต่งหน้าที่มีส่วนประกอบของ Walnutshell หรือ Talc ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในแป้งที่ใช้สำหรับเด็กทารก ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำให้รูขุมขนอุดตัน
บรัชออน
หลีกเลี่ยงชนิดครีมเพราะใช้วาสลินเป็นส่วนประกอบสำคัญ ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นฝุ่นอัดลงมาในรูปของตลับจะดีกว่า
from kapook.com
ดังนั้นเมื่อเครื่องสำอางเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ซึ่งในบางครั้งคุณหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางไม่ได้ แต่เลี่ยงไปใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวได้
มอยส์เจอร์ไรเซอร์
โดยทั่วไปแล้วมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะมีส่วนผสมของไขมันอยู่สูง เช่น ลาโนลิน น้ำมันแร่ ปิโตเลียมเจล ไขมันเนย เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรทาบาง ๆ ในส่วนที่แห้งจริง ๆ เท่านั้นอย่าทาให้หนาและทั่วใบหน้าเพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้
ครีมรองพื้น
เลือกประเภทที่ใช้น้ำหรือมีส่วนผสมของน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ ครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Resorcinol จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้สิวเหิมเกริมหนักขึ้นไปอีก ครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Benzoyl peroxide หรือ Retin-A จะไม่ทำให้เกิดปัญหาสิวขึ้นบนใบหน้า และครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกันแสงแดด ก็จำเป็นมากที่ช่วยลดอัตราการเกิดสิว
แป้งแต่งหน้า
แป้งแต่งหน้าชนิดที่โปร่งแสง (Translucent powders) จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย เพื่อช่วยทำให้สีผิวสดใสยิ่งขึ้น แต่จะเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ควรเลือกแป้งแต่งหน้าที่มีส่วนประกอบของ Walnutshell หรือ Talc ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในแป้งที่ใช้สำหรับเด็กทารก ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำให้รูขุมขนอุดตัน
บรัชออน
หลีกเลี่ยงชนิดครีมเพราะใช้วาสลินเป็นส่วนประกอบสำคัญ ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นฝุ่นอัดลงมาในรูปของตลับจะดีกว่า
from kapook.com
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553
สวยด้วยเกลือ
หลายคนอาจจะเคยทราบกันมาบ้างแล้วว่า ดีเกลือฝรั่ง หรือ Epsom Salt (สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาค่ะ) สามารถใช้เป็นยาระบาย ถ่ายพิษเสมหะและโลหิตแล้ว ดีเกลือยังช่วยในการดูแลความสวยความงามของสาวๆ ได้แทบจะทุกส่วนของร่างกายเลยเดียวล่ะค่ะ
… ตามพี่เหมี่ยว มาดูกันดีกว่าค่ะว่าดีเกลือฝรั่งทำไรได้บ้าง
>>> ให้สาวๆ สามารถนำดีเกลือฝรั่งมาใส่ลงในน้ำอุ่นโดยผสมดีเกลือลงในน้ำอุ่น 2 ถ้วยตวง รอให้ละลายแล้วแช่ตัวลงไปในน้ำอุ่น ดีเกลือจะช่วยให้สาวๆ ผ่อนคลายได้ในระหว่างอาบน้ำ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งในการแช่เท้าเพื่อขจัดกลิ่นและทำให้ผิวหยาบๆ นุ่มลงได้ โดยสาวๆ ผสมดีเกลือ 1/2 ถ้วยตวงลงในอ่างน้ำอุ่น จากนั้นก็แช่เท้าให้สบายซักประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นก็ล้างน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งในการทำความสะอาดผิวหน้าได้ โดยให้ผสมดีเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตามปกติที่สาวๆ ใช้กันอยู่ค่ะ หลังจากนั้นให้นวดเบาให้ผิวหน้าให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
สวยด้วยเกลือ
>>> สาวๆ สามารถนำดีเกลือฝรั่งมาพอกหน้าได้ด้วยนะคะ ถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีผิวธรรมดาถึงผิวมัน ให้สาวๆ ทำมาสพอกหน้าโดยผสมบรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมผงแบบไร้ไขมัน 1/4 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 1 ลูก และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน แล้วทาลงบนผิวที่เปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แต่ถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีผิวแห้ง ก็ผสมแครอทบดละเอียด 1/4 ถ้วย มายองเนส 1 1/2 ช้อนชา และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน ล้วทาลงบนผิวที่เปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เช่นกันค่ะ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือขัดผิวกายได้ค่ะ แค่สาวๆ นวดดีเกลือหนึ่งกำมือลงบนผิวเปียกๆ โดยเริ่มจากเท้าขึ้นมา หลังจากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วค่ะ
สวยด้วยเกลือ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือในการลดความมันบนเส้นผมได้ค่ะ ถ้าเส้นผมของสาวๆ เป็นมันเยิ้ม วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือเติมดีเกลือ 9 ช้อนโต๊ะลงในแชมพูสำหรับผมมัน 1/2 ถ้วย ทาส่วนผสมนั้นลงบนเส้นผมในขณะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เทน้ำส้มสายชูที่ทำจากแอ๊ปเปิ้ลลงบนเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออก
>>> ถ้าสาวๆ เป็นคนที่ใช้เสปรย์ฉีดผมเป็นประจำ สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งล้างสเปรย์ฉีดผมได้ค่ะ เพียงแค่ผสมน้ำ 1 แกลลอน น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง และดีเกลือ 1 ถ้วยตวงเข้าด้วยกัน ปิดฝาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาเทลงบนเส้นผมในขณะแห้ง ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระผมตามปกติ
>>> และถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีเส้นผมลีบแบนติดหนังศรีษะ สาๆว สามารถเพิ่มความพองให้เส้นผมได้ด้วยการผสมคอนดิชันเนอร์ชนิดล้ำลึกเข้ากับดีเกลือในอัตราส่วนเท่าๆ กัน นำไปอุ่นให้ร้อน แล้วนำมาทาลงบนเส้นผม ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก เพียงแค่นี้ผมของสาวๆ ก็จะดูดีมีสุขภาพมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ
from dekd.com
… ตามพี่เหมี่ยว มาดูกันดีกว่าค่ะว่าดีเกลือฝรั่งทำไรได้บ้าง
>>> ให้สาวๆ สามารถนำดีเกลือฝรั่งมาใส่ลงในน้ำอุ่นโดยผสมดีเกลือลงในน้ำอุ่น 2 ถ้วยตวง รอให้ละลายแล้วแช่ตัวลงไปในน้ำอุ่น ดีเกลือจะช่วยให้สาวๆ ผ่อนคลายได้ในระหว่างอาบน้ำ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งในการแช่เท้าเพื่อขจัดกลิ่นและทำให้ผิวหยาบๆ นุ่มลงได้ โดยสาวๆ ผสมดีเกลือ 1/2 ถ้วยตวงลงในอ่างน้ำอุ่น จากนั้นก็แช่เท้าให้สบายซักประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นก็ล้างน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งในการทำความสะอาดผิวหน้าได้ โดยให้ผสมดีเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตามปกติที่สาวๆ ใช้กันอยู่ค่ะ หลังจากนั้นให้นวดเบาให้ผิวหน้าให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
สวยด้วยเกลือ
>>> สาวๆ สามารถนำดีเกลือฝรั่งมาพอกหน้าได้ด้วยนะคะ ถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีผิวธรรมดาถึงผิวมัน ให้สาวๆ ทำมาสพอกหน้าโดยผสมบรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมผงแบบไร้ไขมัน 1/4 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 1 ลูก และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน แล้วทาลงบนผิวที่เปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แต่ถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีผิวแห้ง ก็ผสมแครอทบดละเอียด 1/4 ถ้วย มายองเนส 1 1/2 ช้อนชา และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน ล้วทาลงบนผิวที่เปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เช่นกันค่ะ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือขัดผิวกายได้ค่ะ แค่สาวๆ นวดดีเกลือหนึ่งกำมือลงบนผิวเปียกๆ โดยเริ่มจากเท้าขึ้นมา หลังจากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วค่ะ
สวยด้วยเกลือ
>>> สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือในการลดความมันบนเส้นผมได้ค่ะ ถ้าเส้นผมของสาวๆ เป็นมันเยิ้ม วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือเติมดีเกลือ 9 ช้อนโต๊ะลงในแชมพูสำหรับผมมัน 1/2 ถ้วย ทาส่วนผสมนั้นลงบนเส้นผมในขณะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เทน้ำส้มสายชูที่ทำจากแอ๊ปเปิ้ลลงบนเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออก
>>> ถ้าสาวๆ เป็นคนที่ใช้เสปรย์ฉีดผมเป็นประจำ สาวๆ สามารถใช้ดีเกลือฝรั่งล้างสเปรย์ฉีดผมได้ค่ะ เพียงแค่ผสมน้ำ 1 แกลลอน น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง และดีเกลือ 1 ถ้วยตวงเข้าด้วยกัน ปิดฝาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาเทลงบนเส้นผมในขณะแห้ง ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระผมตามปกติ
>>> และถ้าสาวๆ เป็นคนที่มีเส้นผมลีบแบนติดหนังศรีษะ สาๆว สามารถเพิ่มความพองให้เส้นผมได้ด้วยการผสมคอนดิชันเนอร์ชนิดล้ำลึกเข้ากับดีเกลือในอัตราส่วนเท่าๆ กัน นำไปอุ่นให้ร้อน แล้วนำมาทาลงบนเส้นผม ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก เพียงแค่นี้ผมของสาวๆ ก็จะดูดีมีสุขภาพมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ
from dekd.com
วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553
เลือกสีบอกสไตล์ความเป็น'คุณ'
สีดำ >>> เป็นสีที่บ่งบอกถึงความมีอำนาจ ดูภูมิฐาน และดูเป็นผู้ดีมี รสนิยม (หรูหราไฮโซ) นอกจากนี้ยังเป็นสีที่นำไปแมทช์กับสีอื่นๆ ได้ง่าย แต่ผู้ที่จะใส่เสื้อผ้าสีดำนั้นต้องรู้จักเลือกแต่งให้เข้ากับเครื่องประดับ รองเท้า เมคอัพ ด้วยนะคะ
สีแดง >>> แน่นอนว่าเป็นสีที่เด่นและสะดุดตาเหลือเกิน นั่นเพราะสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของความร้อนแรง เซ็กซี่ ดังนั้นคนที่ใส่จะต้องเป็น คนมั่นใจในตัวเอง แถมยังค่อนข้างเปิดเผยและมีลักษณะเป็นผู้นำ ความโดดเด่นของสีแดงใครเห็นก็ต้องหยุดมอง ถ้าหากสาวๆ ต้องการเป็นจุดสนใจ ใส่ชุดแดงออกไปเดินแถวเซ็นเตอร์พอยต์ หรือเอ็มโพเรียมได้เลย แต่อย่าใส่แดงทั้งชุดนะคะ เพราะจะดูน่ากลัวเกินไป
สีเหลือง >>> ถึงแม้จะเป็นสีที่ไม่ค่อยเตะตาใครต่อใครเหมือนสีอื่น แต่ความโดดเด่นของสีเหลืองก็บ่งบอกได้ว่า คุณเป็นสาวคนอารมณ์ดี ร่าเริง แจ่มใส และอ่อนโยน แต่สาวๆ อย่าได้ใส่ประเภทเหลืองแจ๊ดจนกลายเป็นส้ม เพราะสีส้มอาจเปลี่ยนบุคลิกจากสาว น้อยให้กลายเป็นสาวแกร่งในสายตาคนรอบข้างได้ในพริบตา
เลือกสีบอกสไตล์ความเป็น'คุณ'
สีฟ้า >>> เป็นสีที่ผสมระหว่างความอ่อนหวานและแข็งแกร่ง เป็นตัวแทนของความสดใสและ กระฉับกระเฉงได้อย่างลงตัว เพราะเหตุนี้สีฟ้าจึงค่อนข้างป็อปปูลาร์ในหมู่สาวน้อยสาวใหญ่ เพราะจะแต่งให้เท่หรือหวานก็ได้
สีเขียว >>> เป็นสีที่แสดงออกถึงความสุขุม เยือกเย็น ใกล้เคียงกับสีฟ้า แต่ในวงการแฟชั่นไม่ค่อย นิยมใช้สีเขียวกันเท่าำไหร่ ซึ่งพี่เหมี่ยวเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกันค่ะ
สีม่วง >>> พูดถึงสีนี้ทีไรหลายคนก็จะชอบเหมาว่าเป็นสีแม่ม่ายทุกที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้นเหตุของความคิดนี้มาจากไหน แต่สาวๆ dek-d.com รู้รึเปล่าคะว่าฝรั่งเค้ากลับมองว่า สีม่วงหมายถึง เสน่ห์อันแสนลึกลับ น่าค้นหา ประมาณว่าเป็นสาวรักสันโดษ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ว้าวววว!!!
สีขาว >>> ใส สะอาด บริสุทธิ์ และสวยงาม ต้องยกให้สีขาว ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมชุดแต่งงานถึงนิยมใช้สีขาวเป็นหลัก แต่ถ้าในชีวิตประจำวันหากวันไหนสาวๆ ลุกขึ้นมาใส่ขาว ล้วนก็ต้องสวมเครื่องประดับด้วย ไม่อย่างนั้นจะทำให้ทั้งเสื้อผ้าและคนใส่ดูจืดชืดเกินไป แต่ถ้าจะเอาไปใส่แมทช์กับสีอื่นก็ได้ เพราะสีขาวเข้าได้กับทุกสีอยู่แล้วค่ะ
สีชมพู >>> นุ่มนวล อ่อนหวาน คือ คุณสมบัติของสีชมพู ถ้าคุณไม่ใช่ สาวหวาน กุ๊กกิ๊ก น่ารักจริงๆ อย่าพยายามใส่ เพราะจะขัดกับ บุคลิกเอามากๆ เลยล่ะค่ะ
เลือกสีบอกสไตล์ความเป็น'คุณ'
นอกจากนี้แล้วในการเลือกใส่เสื้อผ้านั้น เราควรจะคำนึงถึงสีผิวและสีของเส้นผมของเราด้วยนะคะ … เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ เลือกสีเสื้อผ้าที่ตรงกันข้ามกับสีผิวและสีผม เช่น ผิวขาว สีผมและนัยน์ตาดำ ควรเลือกใส่ชุดสีอ่อนๆ สว่างสดใส เช่น เหลือง ฟ้า ชมพู ขาว ครีม พยายามหลีกเลี่ยงสีขุ่นๆ อย่างน้ำตาลหรือเทาเข้ม เพราะจะทำให้ดูหมอง ขาดความสดชื่น
ผิวขาว สีผมและนัยน์ตาสีน้ำตาล จริงๆแล้ว จะใส่ชุดอ่อนหรือสีเข้ม ก็ได้ แต่ถ้าให้ดีแนะนำว่าสีเข้มอย่าง สีแดง น้ำเงิน ม่วง หรือ ดำ จะสวยกว่า เพราะทั้งสีผมและผิวค่อนข้างสีอ่อน การใส่สีเข้มจะช่วยขับให้ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น
from dekd.com
สีแดง >>> แน่นอนว่าเป็นสีที่เด่นและสะดุดตาเหลือเกิน นั่นเพราะสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของความร้อนแรง เซ็กซี่ ดังนั้นคนที่ใส่จะต้องเป็น คนมั่นใจในตัวเอง แถมยังค่อนข้างเปิดเผยและมีลักษณะเป็นผู้นำ ความโดดเด่นของสีแดงใครเห็นก็ต้องหยุดมอง ถ้าหากสาวๆ ต้องการเป็นจุดสนใจ ใส่ชุดแดงออกไปเดินแถวเซ็นเตอร์พอยต์ หรือเอ็มโพเรียมได้เลย แต่อย่าใส่แดงทั้งชุดนะคะ เพราะจะดูน่ากลัวเกินไป
สีเหลือง >>> ถึงแม้จะเป็นสีที่ไม่ค่อยเตะตาใครต่อใครเหมือนสีอื่น แต่ความโดดเด่นของสีเหลืองก็บ่งบอกได้ว่า คุณเป็นสาวคนอารมณ์ดี ร่าเริง แจ่มใส และอ่อนโยน แต่สาวๆ อย่าได้ใส่ประเภทเหลืองแจ๊ดจนกลายเป็นส้ม เพราะสีส้มอาจเปลี่ยนบุคลิกจากสาว น้อยให้กลายเป็นสาวแกร่งในสายตาคนรอบข้างได้ในพริบตา
เลือกสีบอกสไตล์ความเป็น'คุณ'
สีฟ้า >>> เป็นสีที่ผสมระหว่างความอ่อนหวานและแข็งแกร่ง เป็นตัวแทนของความสดใสและ กระฉับกระเฉงได้อย่างลงตัว เพราะเหตุนี้สีฟ้าจึงค่อนข้างป็อปปูลาร์ในหมู่สาวน้อยสาวใหญ่ เพราะจะแต่งให้เท่หรือหวานก็ได้
สีเขียว >>> เป็นสีที่แสดงออกถึงความสุขุม เยือกเย็น ใกล้เคียงกับสีฟ้า แต่ในวงการแฟชั่นไม่ค่อย นิยมใช้สีเขียวกันเท่าำไหร่ ซึ่งพี่เหมี่ยวเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกันค่ะ
สีม่วง >>> พูดถึงสีนี้ทีไรหลายคนก็จะชอบเหมาว่าเป็นสีแม่ม่ายทุกที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้นเหตุของความคิดนี้มาจากไหน แต่สาวๆ dek-d.com รู้รึเปล่าคะว่าฝรั่งเค้ากลับมองว่า สีม่วงหมายถึง เสน่ห์อันแสนลึกลับ น่าค้นหา ประมาณว่าเป็นสาวรักสันโดษ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ว้าวววว!!!
สีขาว >>> ใส สะอาด บริสุทธิ์ และสวยงาม ต้องยกให้สีขาว ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมชุดแต่งงานถึงนิยมใช้สีขาวเป็นหลัก แต่ถ้าในชีวิตประจำวันหากวันไหนสาวๆ ลุกขึ้นมาใส่ขาว ล้วนก็ต้องสวมเครื่องประดับด้วย ไม่อย่างนั้นจะทำให้ทั้งเสื้อผ้าและคนใส่ดูจืดชืดเกินไป แต่ถ้าจะเอาไปใส่แมทช์กับสีอื่นก็ได้ เพราะสีขาวเข้าได้กับทุกสีอยู่แล้วค่ะ
สีชมพู >>> นุ่มนวล อ่อนหวาน คือ คุณสมบัติของสีชมพู ถ้าคุณไม่ใช่ สาวหวาน กุ๊กกิ๊ก น่ารักจริงๆ อย่าพยายามใส่ เพราะจะขัดกับ บุคลิกเอามากๆ เลยล่ะค่ะ
เลือกสีบอกสไตล์ความเป็น'คุณ'
นอกจากนี้แล้วในการเลือกใส่เสื้อผ้านั้น เราควรจะคำนึงถึงสีผิวและสีของเส้นผมของเราด้วยนะคะ … เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ เลือกสีเสื้อผ้าที่ตรงกันข้ามกับสีผิวและสีผม เช่น ผิวขาว สีผมและนัยน์ตาดำ ควรเลือกใส่ชุดสีอ่อนๆ สว่างสดใส เช่น เหลือง ฟ้า ชมพู ขาว ครีม พยายามหลีกเลี่ยงสีขุ่นๆ อย่างน้ำตาลหรือเทาเข้ม เพราะจะทำให้ดูหมอง ขาดความสดชื่น
ผิวขาว สีผมและนัยน์ตาสีน้ำตาล จริงๆแล้ว จะใส่ชุดอ่อนหรือสีเข้ม ก็ได้ แต่ถ้าให้ดีแนะนำว่าสีเข้มอย่าง สีแดง น้ำเงิน ม่วง หรือ ดำ จะสวยกว่า เพราะทั้งสีผมและผิวค่อนข้างสีอ่อน การใส่สีเข้มจะช่วยขับให้ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น
from dekd.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
